แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photoshop แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photoshop แสดงบทความทั้งหมด

9 ธันวาคม 2555

Glamour Retouching Totorial


8 ธันวาคม 2555

Photo Edit Tutorial - 2


9 กันยายน 2553

เมื่อ Gimp จะขอวัดรอยเท้า Photoshop

GIMP โปรแกรมนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย
เพียงโหลดมาแล้วติดตั้งใช้ได้ทันที เพราะว่าเป็นเป็นโปรแกรม
ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส สามารถทำงานได้หลายระบบปฏิบัติการ
ได้แก่ ลินุกซ์, ฟรีบีเอสดี, แมคโอเอส, และ ไมโครซอฟท์ วินโดวส์

01

02
03
04

05
คะแนน – ส่วนตัวนะครับ ห้ามเอาไปใช้อ้างอิงที่ไหน 555+
Gimp
Photoshop
1. การใช้งาน โปรแกรม
6
9
2. หน้าตา-รูปลักษณ์
5
9
3. เครื่องมือการใช้งาน
6
10
4. การสนับสนุนรูปแบบไฟล์ภายนอก
6
10
5. สนับสนุนการออกแบบ-สร้างสรรค์
5
9
6. ราคา
10
5
7. ภาพรวม
6
9
สรุปกันไปเลยว่า
กลัวเรื่องลิขสิทธิ์ กลัวเรื่องราคา ใช้งานพอปรับแต่งภาพได้ ต้อง GIMP
แต่ถ้าเอาแบบไปทำมาหากิน เป็นอาชีพ คงหนีไม่พ้น Adobe Photoshop

***ทั้งนี้ อยู่ที่ทักษะผู้ใช้งาน
ต่อให้ดีไซเนอร์ฝีมือห่วยๆใช้ Adobe Photoshop
คงไม่เท่าดีไซเนอร์ฝีมือดีๆ ใช้ GIMP

www.gimp.org
GIMP คือ โปรแกรมที่ใช้ทำงาน Graphic ประเภท RASTER
เปรียบได้กับ โปรแกรม Photoshop ของบริษัท Adobe
คู่มือการใช้งาน โหลดฟรี
url:  http://thaiopensource.org/files/manual/gimp2.4-completebook.pdf

4 สิงหาคม 2553

ใส่ภาพถ่ายประทับใจลงในประโยคที่มีความหมาย

blossom05
Putting a picture in your text
ใส่ภาพถ่ายประทับใจลงในประโยคที่มีความหมาย
1. เตรียมและตกแต่งภาพถ่ายให้มีสีสันสดใส
อาจต้องปรับสีแรงๆสดๆหน่อยนะครับ
เพราะเวลาเราเอาใส่ในตัวหนังสือ แต่ได้ดูเด่นสวย
blossom00 
2. ใช้เครื่องมือ  Horizontal Type Tool
พิมพ์คำหรือประโยคที่ต้องการ อาจต้องใช้Fontที่มีความหนามากหน่อยนะครับ
เพราะเวลาเรานำภาพไปใส่ในตัวหนังสือจะได้อ่านง่ายๆ และเห็นรูปภาพเยอะๆ
blossom01 
3. ให้ย้ายโดยทำการลาก Layers Image ไว้ด้านบน
ถ้าLayers Lock ให้ Double-click เพื่อปลดล็อค
blossom02 
4. คลิกขวาที่ Layers Image แล้วเลือกคำสั่ง
Create Clipping Mask
จะสังเกตุว่า รูปภาพจะโดนบังเหลือแต่ส่วนของประโยคที่เราได้พิมพ์ไว้
blossom03 blossom04
5. ตกแต่งตัวหนังสือโดยใส่ Layer style ที่เมนูด้านล่าง
ของ Palette Layer โดยตัวอย่างผมใส่Effects
Storkeกับ Outer Glow
blossom06 
6. Background อาจจะใส่ pattern บางๆก็ดูดีนะครับ
blossom05

2 เมษายน 2553

คือคำว่ารัก

การทำฟอนด์-ข้อความแบบปุ่มนูนๆใสๆ

love07


1 คีย์ Text คำที่ต้องการในตัวอย่างผมใช้คำว่ารัก

love01

2 แปลง Textให้เป็นรูปภาพโดยใชคำสั่งบนพาเลซเลเยอร์

โดยคลิกขวาที่เลเยอร์นั้นแล้วเลือกคำสั่ง Rasterize Type

3 สร้าง หรือ Load Selection รอบๆ โดยกดคีย์ Ctrl ค้าง

แล้วคลิกบนเลเยอร์ก็จะได้ Selection

love02-1

4 ไล่สีให้ดูมีมิติหน่อยโดยใช้คำสั่ง Gradient

5 ลด Selection โดยรอบของข้อความโดยใช้คำสั่

เมนู/Select/Modify/Contract/กรอกค่าที่ต้องการ

6 อาจจะปรับให้เส้น Selection ดูเรียบๆโดยใช้คำสั่ง

เมนู/Select/Modify/Smooth /กรอกค่าที่ต้องการ

7 ไล่สี Gradient ให้เกิดแสง-เงา

love02-2

8 ใส่ Layer Style ที่ปุ่มfx พาเลซ Layer

โดยเลือก Effects > inner Shadow และ Bevel and Emboss

ใส่เงาด้วยก็ดีครับ ช่วยขับให้คำดูโดดขึ้นมาใช้คำสั่ง

fx>Effects > Drop Shadow

9 ใช้คำสั่ง เมนู/Select/Modify/Feather ช่วยทำให้ดูนุ่มขึ้น

love03

10 New Layer เพื่อทำเงา อาจจะใส่ Gussian Blur

เพื่อทำให้ เงาดูนิ่มและเบาบางดูสวยดี

love04

11 สร้าง Back Ground ลายเส้น โดยสร้างเส้นเดียวแล้ว

Copy Layer ตามจำนวนเส้นแล้วค่อย Merge Layer เหลือ Layer เดียว

love05

12 ลดค่า Opacity (ค่าความโปร่งใส) เหลือสัก30-40 ให้ดูจางๆ

love06

13 นำไว้ด้านล่าง อาจจะปรับสีได้ โดยใช้คำสั่ง

Image/Adjustment/Hue/Saturation

love07

14 เสร็จแล้วครับ...

9 มีนาคม 2553

สีช่วยบอกอารมณ์

 

moodtone1
Mood &Tone of Color

วรรณะของสี
วรรณะของสี ในวงจรของสีเราแบ่งใหญ่ๆได้ 2 โทนนะครับ
วรรณะของสี จะทำการแบ่ง โดยใช้เส้นแบ่งครึ่งในวงจรสี
จากสีม่วง ถึงสีเหลือง จะได้ วรรณะละ 7 สี โดยมีสีม่วง กับสีเหลืองเป็นสีกลาง
1. โทนร้อน (Warm Tone Color)
Mood >>> ให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง ตื่นเต้น กระตุ้นอารมณ์ได้เร็ว
2. โทนเย็น (Cool Tone Color)
Mood >>> ให้ความรู้สึกสงบ ร่มเย็น เงียบ เรียบๆ มีความเป็นส่วนตัว

moodtone2 
ภาพต้นฉบับ

ความรู้เรื่อง วรรณะของสี ในการสร้างสรรค์
ในการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยมากเรามักจะเน้นโทนสีของภาพ
ออกไปในทางวรรณะใดวรรณะหนึ่งเป็นหลักแต่บางครั้ง
เราสามารถนำเอาสีทั้งสองวรรณะมาไว้ในภาพเดียวกันได้
เพียงแต่รู้หลักในการนำมาใช้ กล่าวคือหากจะนำสีทั้งสองวรรณะ
มาไว้ในภาพเดียวกัน ถ้าเราใช้สีวรรณะร้อนที่มี%มากกว่า ตั้งแต่ 70%
ถึงของภาพแล้วใช้สีวรรณะเย็นเพียงเพียง 30% หรือ 20%
ผลของภาพนั้นก็ยังเป็นภาพวรรณะร้อน (warm tone)
เช่น วรรณะร้อน 80% - วรรณะเย็น 20% ,
วรรณะเย็น 80% - วรรณะร้อน 20%

moodtone3
ภาพโทนสีเขียว

คำแนะนำการใช้สี โดยส่วนตัว
1. การสร้างสรรค์ผลงานในวรรณะเย็นหรือร้อน จึงไม่จำเป็นต้องใช้สีใน
วรรณะร้อนหรือเย็นเพียงอย่างเดียว
2. เราสามารถเอาสีต่างวรรณะมาผสมผสานกันได้
3. แต่แต่แต่...ต้องคุมปริมาณให้อยู่ในวรรณะใดวรรณะหนึ่ง
ในปริมาณที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น
4. สีส่วนใหญ่ของภาพโดยใช้ค่าสี (value) ไม่ใช่หรือเสมอไปว่า
ถ้าสีชมพูส่วนใหญ่ก็จะใช้สีชมพูอย่างเดียว
5. เพราะโดยความจริงนั้นการใช้สีในงานนั้น จะมีสีทุกสีได้แต่ต้อง
ให้ผสานกลมกลืน เพื่อให้ภาพโดดเด่นออกมาเป็นเอกภาพ
6. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ โดยเราก็ต้องดูว่าสีนั้นๆอยู่ในฝ่ายเย็น
หรือร้อน ก็อาจจะรู้อารมณ์ได้ว่าตอนนี้ทุกข์หรือสุข รื่นเริงหรือเศร้าสร้อย
7. สีเอกรงค์ (Monochrome) เป็นการใช้สีเพียงสีเดียว
แต่มีหลาย ๆ น้ำหนัก ซึ่งไล่เรียงจากน้ำหนักอ่อนไปแก่
มักดูเรียบๆ ง่ายๆ สบายๆ

moodtone4
ภาพโทนสีเขียว+น้ำตาลส้ม

moodtone5
ภาพโทนน้ำตาล-เหลือง

moodtone6 
ภาพโทนชมพู

24 กุมภาพันธ์ 2553

impressionism

impressionism by PS-CS4
การเร่งสีให้ดูจัดจ้านในบรรยากาศหวานฉ่ำ

impress00

01. หาภาพถ่ายที่เราถ่ายมาสีสดใสๆ+สีสดๆหน่อยนะครับ

 impress01
02. ปรับแสงเงา-แสงสีด้วยCurves
อาจจะปรับแบบแยกแชนแนลสีก็ได้นะครับ
ถ้าเผื่อว่าเราอยากให้สีไหนออกมาสดหน่อย
ในตัวอย่างผมปรับให้ภาพดูสว่างขึ้น
เพื่อจะให้เห็นรายละเอียดของภาพ
03. ปรับการกระจายตัวของแสง-เงาด้วยLevels
จะช่วยใหภาพโดยรวมมีคุณภาพดีขึ้น
04. ใช้Color Balanceด้วยแก้และปรับสี
ส่วนตัวผมชอบจัดสีให้ดูเหมือนภาพวาดฝันๆ
เหมือนภาพวาดในยุดimpressionism

 impress02
05. เร่งสีให้สดขึ้นด้วยHue/Saturation
06. ปรับภาพให้ดูสว่างขึ้นนิดหน่อยด้วยBrightness/Contrast
07. fillสีดำที่ new layerแล้วปรับการผสมสี
Blending Optionsเพื่อให้ภาพเข้มขึ้น
ในส่วนที่เราต้องการการขับเน้น

impress03-1
08. เร่งสีให้สดขึ้นด้วยHue/Saturationอีกครั้ง
ในตัวอย่างผมเร่งสีเหลืองออกส้มนิดๆ

 impress03-0
09. ผมแก้ไข-ปรับเปลี่ยนสีด้วยคำสั่ง
Selective Color ในตัวอย่างผมแก้สีน้ำตาล
ให้เป็นสีม่วงอมชมพู จะช่วยทำให้ภาพดูหวานและชวนฝัน

impress03-2
10. สุดท้ายปรับภาพให้ดูคมชัดเฉพาะบริเวณขอบของวัตถุในภาพ
ด้วยFilter-Sharpen Edges

impress04

22 กุมภาพันธ์ 2553

night-fate

night-fate001

night-fate ความหวานที่แฝงในความมืด

01.
หาภาพสวยๆหวานๆหน่อยนะครับ
ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีสีชมพู-เพราะภาพจะออกดูหวานๆ

night-fate01
02. เอาเข้าไปในโปรแกรมPhotoshopเลยครับ
ที่ผมทำตัวอย่างนี้ผมใช้เวอร์ชั่นcs4แต่ถ้าใครจะใช้
เวอร์ชั่นต่ำกว่าผม..ก็ไม่ขัดข้องครับ

night-fate02
03. ใช้คำสั่งChannel Mixerที่อยู่ใน
แถบด้านล่างของพาเล็ตlayer
ปรับoutputเป็นgrayครับ
เพื่อแปลงให้เป็นโทนขาว-ดำ
เราจะได้รู้น้ำหนักของสีในโทนขาว-ดำ
เพราะว่าเราสามารถดูโทนสีได้ง่ายกว่าสีไงครับ

night-fate03
04. เปลี่ยนการผสมสีระหว่างlayerโดยการเปลี่ยน
การBlending Option ไปเป็น
Overlay ที่พาเล็ตLayerและ
ปรับค่าความโปร่งใสให้เหลือ75-80%
ค่าต่างๆที่ปรับอาจไม่ต้องตามผมนะครับ ปรับตาม
ความเหมาะสมและความสวยงามของภาพนะครับ

night-fate04
05. ปรับค่าสีหน่อยที่ Hue/Suturation
06. ใส่แสงสว่างและเงาให้เหมือนมีสปอร์ตไลต์ส่องเข้ามา
โดยการใส่Gradient Fillเสร็จแล้ว
ปรับค่าOpacityความโปร่งใสประมาณครึ่งนึง

night-fate06

night-fate05
07. เร่งสีบางสีให้สดขึ้นโดยใช้คำสั่ง Selective Color
08. ทีนี้เราจะทำให้ภาพเราออกดูหวานๆโดยการ
Fillสีชมพูลงไปครับโดยใช้คำสั่งSolid color

 night-fate07
09. ปรับBlending Option ไปเป็น
Darken ที่พาเล็ตLayerและ
ปรับค่าความโปร่งใสให้เหลือน้อยๆสัก15-30%

night-fate08 
10. ขั้นตอนสุดท้ายก็อยู่ที่ภาพเราครับ
เราต้องการสีไหนสดขึ้นหรือลดสีไหนก็ปรับ
โดยใช้Hue/Suturation

night-fate09

night-fate10
11. เราก็จะได้ภาพออกดูหวานๆฝันๆดูลึกลับนิดๆ
เพราะว่าเหมือนอยู่ในเวลาใกล้ค่ำ...